


นที่ 19 มกราคม 2569
นายมิตร ยอดทอง เกษตรจังหวัดสตูล ร่วมรับมอบชีวภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อสด) จำนวน 700 กิโลกรัม และแมลงศัตรูธรรมชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมและเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสตูล
3.หลังใส่ปุ๋ยหมัก ควรรดน้ำตามเพื่อช่วยให้เชื้อรากระจายตัวลงสู่ดินและบริเวณรากพืช
จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 19–27 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ จังหวัดสตูลมีพื้นที่ประสบภัยจำนวน 32,420 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ข้าวประสบภัยจำนวน 7,714 ไร่ พื้นที่พืชผักประสบภัย จำนวน 616 ไร่ และพื้นที่ไม้ผลและไม้ยืนต้นประสบภัยจำนวน 19,989 ไร่
สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูลจึงได้ดำเนินการส่งมอบเชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อสด) จำนวน 700 กิโลกรัม และแมลงศัตรูธรรมชาติ ให้แก่สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 7 อำเภอ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ประสบอุทกภัยด้านพืช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรนำเมล็ดพันธ์ุไปปลูกเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างรายได้ระยะสั้น และนำชีวภัณฑ์ไปใช้เพื่อฟื้นฟูสภาพดินหลังน้ำลดให้เหมาะสมต่อการปลูกพืช และช่วยป้องกันการเกิดโรคพืช โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น โรครากเน่า โคนเน่า ซึ่งมักระบาดภายหลังเกิดน้ำท่วม
วิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อสด)
การฉีดพ่น
1.ผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อสด) อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำสะอาด 100 ลิตร คนให้เข้ากัน
2.นำไปราดหรือพ่นลงดินบริเวณโคนต้นพืช โดยเฉพาะไม้ผลและไม้ยืนต้น หลังจากน้ำลดและดินเริ่มแห้งหมาด
3.ควรใช้ในช่วงเช้าหรือเย็น และหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารเคมีกำจัดเชื้อรา
4.ใช้ต่อเนื่องทุก 7–14 วัน เพื่อช่วยยับยั้งเชื้อสาเหตุโรคพืช ฟื้นฟูจุลินทรีย์ในดิน และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบรากของพืช
การหว่านลงดิน
1.นำเชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อสด) อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อรำละเอียด 4 กิโลกรัม ต่อปุ๋ยหมัก 100 กิโลกรัม ผสมคลุมเคล้าให้เข้ากัน
2.นำปุ๋ยหมักผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปหว่านหรือใส่บริเวณโคนต้นพืช โดยเฉพาะไม้ผลและไม้ยืนต้น ในอัตรา 5–10 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่ม
4.ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดเชื้อราภายในระยะเวลาอย่างน้อย 7 วัน ก่อนและหลังการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา
ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูลจะติดตามและให้คำแนะนำการปลูกและการใช้ชีวภัณฑ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างรายได้ระยะสั้น และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหาย และกลับมาพัฒนาผลผลิตได้ต่อไป